เป็นนายของตัวเอง เบื่อมั้ยคำนี้ ?
คำว่า เป็นนายของตัวเอง ในสองสามปีที่ผ่านมานี้ คำนี้ใช้กันเกร่อจริงๆ คำว่าเป็นนายของตัวเอง ซึ่งจริงๆแล้วก็คือ การที่ใครสักคนอาจถูกไล่ออกมาจากงานบริษัท งานประจำ หรือราชการ ถ้าไม่ได้ถูกไล่ออกมา ก็ลาออกมาเพราะปัญหาร้อยแปดพันเก้า เพื่อมาทำ อาชีพส่วนตัว ?
แต่พวกที่มาบัญญัติคำพูดที่ว่า " นายตัวเอง " ไม่รู้ว่าพวกไหนกลุ่มไหน ที่เอาคำพูดคำนี้มาใช้ และใช้กันจนเกร่อ มันเหมือนคำพูดปลอบใจ หรือคำพูดเชิงให้กำลังใจ อย่างไงชอบกล คำพูดกลุ่มนี้ จะมาพร้อมกับคำพูดอีกคำว่า "อิสรภาพ ทางการเงิน " และ Passive income "อะไรประมาณนั้น ?
พูดถึงคำว่า " Passive income " อดนึกถึงคำพูดของนักการตลาดคนหนึ่งไม่ได้ ที่ว่า "ระวังใว้นะ อย่านั่งทำธุระในห้องน้ำนาน เพราะทุกขณะที่แกนั่งอยู่ในนั้น เงินมันจะไหลเข้าบัญชีแกไม่ยอมหยุด ติ้งๆ ?
นั่นคือคำพูดของท่าน นักการตลาดท่านนั้น ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะไม่จริงนะ ถ้าทำสำเร็จ มันจริงนะนั่น ถ้าไม่ถูกตรวจสอบไปซะก่อน ไม่รู้ว่าตอนนี้ บริษัทที่ว่าเปิดดำเนินการหรือยัง เพราะมีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย ที่จริงผมว่า ก็มีแนวทางที่ดีนะ แต่ตอนนี้เงียบไป ไม่รู้ว่าเขาดำเนินการเรียบร้อยหรือยัง เห็นบอกว่า ตอนจดทะเบียนยังไม่ได้วางเงินค้ำประกันอะไรทำนองนั้น แต่ของเขาถูกต้องนะไม่ใช่ลูกโซ่หรืออะไร เพียงแต่ผิดพลาดทางเทคนิค ด้านกฎหมาย แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปถึงไหน ?
ผมไม่เคยจำนะว่า ใครเป็นคนนำคำพูดเหล่านี้มาใช้ น่าจะเป็น กลุ่มคนที่หัวก้าวหน้า ทำธุรกิจแนวให้กำลังใจ ให้ความรู้ อย่างวิธีคิดของ โรเบิร์ต คิโยซากิ (Robert Kiyosaki) ตำนาน "พ่อรวยสอนลูก" อันลือลั่นสนั่นโลก ผมชอบความคิดของเขานะ โรเบิร์ต ผมเชื่อว่า วิธีคิดของคนรวยและคนจน ต่างกันจริงๆ
และผมก็เชื่อว่า โรเบิร์ต สอนทุกอย่างถูกต้อง แต่ไม่ใช่ทุกๆคนจะทำได้เช่นนั้น แต่ทฤษฎีของเขาถูกต้องนะอย่างเช่น การวางรากฐานชีวิต การสร้างหนี้สิน เช่นบ้านที่คนหนุ่มสาวจะซื้อด้วยเงินผ่อน อย่างยาวนานไปจนเกษียณ คนไทยเรียกว่า ทรัพย์สิน แต่โรเบิร์ต บอกไม่ใช่ มันคือ หนี้สิน ?
หรือการที่พ่อจนบอก ไปเรียนหนังสือ ตั้งใจเรียน เรียนให้เก่งๆ จบแล้วไปทำงาน ทำงานอย่างขยันและตั้งใจ ?นั่นคือความคิดของคนจน ครับ ? เออ
ทุกวันนี้ ทุกคนต่างพยายามดิ้นรนหาช่องทางที่จะสร้างรายได้ เมื่อก่อนขายตรงก็ใช้วิธี ติดต่อกับเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง ชักชวนกันไปฟังอบรม ผู้บรรยายก็สร้างความเชื่อกระตุ้นความอยาก เพื่อสร้างกำลังใจให้หึกเหิมพร้อมที่จะไปทำธุรกิจ หรือชักชวนเพื่อนฝูงญาติพี่น้องต่อๆกันไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด?
แต่วันนี้ พัฒนาการที่เปลี่ยนไปคำว่า" ขายตรง"ไม่มีแล้ว ไม่มีใครใช้ คำนี้ เขาเรียกว่า" ธุรกิจออนไลน์ " ใครอยากรวย รีบมาดูรายได้เสียก่อน ไปดูรายการทางทีวีมีออกหลายรายการ อวดรถ อวดเงิน อวดรายได้ เอาบัญชีมากางให้ดูกันไปเลย คือพูดง่ายๆว่า อวดมั่งอวดมี อวด เฟอร์รารี หรือรถหรู กันไปเลย นี่แหละคือพัฒนาการ ที่เปลี่ยนไป ตามยุคตามสมัย ต้องตามให้ทัน ?
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างรวมๆกัน ก็ดี เพราะอะไรถึงว่า ดี คือไม่ว่าใครจะเรียกว่า "ขายตรง" ขายของออนไลน์ " ธุรกิจออนไลน์ " หรือ"นายตัวเอง " Passive income อย่างไรก็ตาม ก็เขาขยันทำมาหากิน จะว่าเขาได้มั้ยล่ะ ดีกว่าคนที่ไม่ทำมาหากินมั้ย คนที่เขามีแต่ความคิดที่จะขายของ คนที่คิดหาเงิน ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร ทุกอย่างรวมกันคือสิ่งที่ดี เราว่าคนของเรามีพวกบ้าพลัง บ้าความคิดเพียงเท่านี้ ไปดูเมืองจีน คิดว่าคนจีนบ้าขายของมากกว่าประเทศเราร้อยเท่าพันเท่า นั่นของเขา มันคือเข้าเส้นเลือดเลยทีเดียว ดังนั่นเอาเถอะชั่งมันใครจะว่า จะด่าหาว่าบ้า บ้าอบรม บ้าสัมนา บ้าขายของ ขอให้มันได้เงินอย่างสุจริต ใครจะว่าอย่างไรก็ขอให้ทำในสิ่งที่ดี ที่ถูกต้องสุจริต ทำไป ?
NAPOLEON HIN.
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น